จังหวัดเลยเปิดปฏิบัติการ “ฟ้าสางที่หนองหิน” บังคับใช้คำพิพากษาศาลฎีกา ทวงคืนพื้นที่ป่าและที่ดินของรัฐ

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 เวลา 07.00 น. ที่วัดร่มโพธิธรรม อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และผู้แทนหน่วยงานด้านทรัพยากรธรรมชาติ ความมั่นคง และกระบวนการยุติธรรม ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการครอบครองพื้นที่ป่าและที่ดินของรัฐในเขตวัดร่มโพธิธรรม ภายใต้แผนปฏิบัติการ “ฟ้าสางที่หนองหิน” เพื่อดำเนินการทวงคืนพื้นที่ของรัฐและบังคับใช้กฎหมายตามคำพิพากษาศาลอย่างเคร่งครัด โดย นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย มอบหมายให้นายกิตติคุณ บุตรคุณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธนูเทพ ฤทธิฤาชัย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย นางสาวภูมารินทร์ คงเพียรธรรม ปลัดจังหวัดเลย นายวันชาติ วรรณพราหมณ์ นายอำเภอหนองหิน หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ติดตาม อำนวยการ และประสานการปฏิบัติงานให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

การดำเนินงานครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากคำพิพากษาศาลฎีกา เมื่อปี 2560 ที่มีคำสั่งให้ผู้ครอบครองออกจากพื้นที่ โดยก่อนปฏิบัติการได้มีการประชุมบูรณาการระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดเลยและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางและเตรียมความพร้อมในการดำเนินงาน โดย กรมบังคับคดีเป็นหน่วยงานหลักในการบังคับคดี ส่วน กรมป่าไม้ในฐานะเจ้าของพื้นที่ผู้ได้รับความเสียหาย ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจภูธร ฝ่ายปกครอง ทหาร และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สนธิกำลังปฏิบัติงาน โดยแบ่งพื้นที่ดำเนินการออกเป็น 9 โซน รวม 99 จุด
โดยในระยะแรก เจ้าหน้าที่ได้เข้าติดประกาศแจ้งเตือนผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นบริวารของวัด ให้รับทราบสิทธิและหน้าที่ตามคำพิพากษาศาล พร้อมกำหนดระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อเตรียมขนย้ายทรัพย์สินและออกจากพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีการสำรวจและจัดเก็บข้อมูลสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงข้อมูลบุคคลที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ เพื่อใช้ประกอบการดำเนินงานในขั้นตอนต่อไป

บรรยากาศในการปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีการต่อต้าน และได้รับความร่วมมือจากทางวัดเป็นอย่างดี โดยแนวทางการดำเนินงานเน้นการสร้างความเข้าใจและการเจรจา ภายใต้หลัก “รัฐศาสตร์นำนิติศาสตร์” เพื่อลดความขัดแย้ง เนื่องจากเป็นประเด็นที่มีความละเอียดอ่อนเกี่ยวข้องกับศาสนาและชุมชนในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ย้ำว่าคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นที่สุดแล้ว และรัฐมีหน้าที่ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค เพื่อแสดงให้เห็นว่าพื้นที่ของรัฐไม่สามารถถูกครอบครองโดยมิชอบได้

ขณะเดียวกัน สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะเข้าตรวจสอบข้อมูลชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในพื้นที่ ทั้งในด้านการถือวีซ่าและสถานะการอยู่อาศัยให้เป็นไปตามกฎหมาย หลังมีข้อกังวลเกี่ยวกับการใช้พื้นที่เป็นแหล่งพักพิงของบุคคลต่างชาติและอาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในบางกรณี

สำหรับขั้นตอนต่อไป หากพ้นกำหนดระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว ผู้ครอบครองยังไม่ออกจากพื้นที่ เจ้าหน้าที่จะดำเนินมาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยรายชื่อผู้ไม่ปฏิบัติตามจะถูกส่งให้กรมบังคับคดีนำเสนอต่อศาล ซึ่งอาจนำไปสู่การออกหมายจับตามกระบวนการกฎหมายต่อไป ขณะที่กรมป่าไม้จะดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ป่าสงวนตามขั้นตอนและอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด.
ดำรงค์ รักษ์จรรยาวงศ์ / ขตว.เลย
คลิป, ในประเทศ